และแล้วก็............
เรียบร้อย!!!! ....รึเปล่า?
มันเป็นประสบการณ์ที่แย่จริงๆ น่ะแหล่ะ
ไหนจะเริ่มต้นที่ฉีดยาชา หลายรูมาก ประมาณสี่...มั้ง
พอหมอเริ่มขุด... มันก็รู้สึกแปลกๆ แบบไม่ชอบอ่ะ
ถึงจะไม่เจ็บ แต่ไอ้ความรู้สึกที่ได้รับแรงดัน...จากการขุด โยก คลอน
หรืออะไรของหมอก็ไม่รู้ล่ะ เรามองไม่เห็นนี่นา
บางทีหมอก็ดันซะรู้สึกว่าคอจะหลุด =_______=
หมอบอกระหว่างการผ่าว่าถ้ามีอาการเจ็บแปล๊บให้รีบยกมือบอกหมอ หมอจะได้ฉีดยาชาเพิ่มให้
แสดงว่ามันมีโอกาสที่ยาชาจะหมอฤทธิ์ในขณะที่เรากำลังผ่าน่ะสิ!!!!! *ช๊อค*
เมื่อคิดได้ดังนั้น ไอ่ฟ้าก็ยิ่งกลัวไปใหญ่เลย ภาวนาขอให้ผ่าเสร็จโดยไวก่อนที่ยาชาจะหมดฤทธิ์
หนึ่งคือไม่อยากโดนฉีดยาชาอีกรอบ สองคือไม่อยากรู้สึกเจ็บเวลาผ่า มันคงแย่มากทีเดียว
เพราะขนาดชาๆ ยังรู้สึกว่าคุณหมอรุนแรงกับฟันเราชะมัดเลยง่า~
รู้สึกเหมือนหมอถือสว่าน แล้วก็กดเข้ามาที่ฟันเราโดยตรง แบบว่าไม่รู้สึกเจ็บ แต่รู้สึกได้ถึงแรงกด
เกือบสำลักอีกแล้วอ่ะ หมอแนะนำให้หายใจทางจมูก จะได้ไม่สำลัก
เราน่ะชินกับการหายใจทางปาก เนื่องจากถ้าภูมิแพ้กำเริบเราจะไม่สามารถหายใจทางจมูกได้
ขอบคุณหมอที่สอนให้เราหายใจทางจมูก 555+
ไม่รู้ว่าหมอเอาฟันเราออกไปตอนไหน แต่รู้อีกทีก็คือหมอบอกว่าจะเย็บเหงือกให้
ระหว่างนั้นก็ยังคงภาวนาให้ยาชายังออกฤทธิ์ ซึ่งมันก็โอเคแหล่ะ
จนกระบวนการเสร็จ ลุกจากเตียงแล้ว หมอถามว่าจะเอาฟันกลับไปด้วยไหม ก็เลยบอกว่าไม่
หมอพินิจฟันที่ออกมา แล้วพูดประมาณว่าเป็นฟันคุดที่ใหญ่จังเลยนะ
และ....."งานเข้า"
เป็นคำจริงที่คุณหมอพูดออกมา
เนื่องจาก ...รากฟันคุดที่ผ่าออกมามันหายไปอันนึง =_______=
ไม่ได้หล่นหายไปไหน
มันหัก และยังอยู่ในปากเรา เฮือก!!!!
เลยต้องลงไปนอนให้หมอผ่าอีกรอบ แง๊~~~~~
เริ่มต้นการภาวนาให้ยาชายังคงออกฤทธิ์อีกครั้งนึง
หมอควานหารากฟันอีกอันนึงที่หายไป และขุดมันออกมา แล้วเย็บเหงือกเพิ่มอีกรอบ
กว่าจะเสร็จสิ้นกระบวนการทั้งหมด ใช้เวลาร่วมชั่วโมงเต็มๆ
และลงท้ายที่บิลค่ารักษาว่า "ผ่าฟันคุดอย่างยาก"
หึ ใช่สิ!!! คิดว่าอยากผ่านักรึไง!!!!
/แอบงอนหมอ แต่ทำอะไรไม่ได้
*********************************
อีกเรื่องนึงที่อยากจะเล่า ถึงวีรกรรมอันน่าสมน้ำหน้า
เมื่อวานดันลืมมือถือไว้ที่ทำงาน แต่ยืมมือถือเพื่อนที่กลับด้วยกันโทรไปบอกพี่ที่เค้าทำโอที
พี่เค้าก็เก็บไว้ให้และปิดเครื่องอย่างมิดชิด
ตอนแรกที่คิดคือ แค่อย่าให้ที่บ้านโทรมาและเจอว่าลืมมือถือก็พอแล้ว
แต่เมื่อถึงเวลานอน จะตั้งนาฬิกาปลุก
ชิ~ หาย ปกติใช้มือถือปลุกนี่หว่า
ทำไงดี กลัวตื่นสาย
เลยตัดสินใจไม่นอนแมร่งเลย แค่คืนเดียวเอง ไปทำงานอีกวันเดียวพอไหว
อยู่โยงจนตีสอง ตีสาม ระหว่างนั้นเห็นคุณหมอ ผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ในเอ็มก็เลยทักทายตามประสาคนนอนดึก
คุณหมอบอกว่าทำความสะอาดห้อง และเก็บของกลับบ้าน /ยามตีสามเนี่ยนะ?
พอบอกเรื่องที่เราลืมมือถือไว้ที่ทำงานจนไม่มีนาฬิกาปลุก
คุณหมอเลยอาสาจะโทรมาปลุกเราเอง
และลืมไปว่าเรานั้นไม่มีมือถือนะจ๊ะ ^_______^"
ขอบคุณสำหรับความหวังดีนะคะ
สุดท้ายก็อยู่จนถึงตีห้าจนได้ ดีใจเหลือหลาย
แต่ก็แอบงีบหลับไปนิดนึง ยังทันไปทำงานอยู่นะเออ
สรุปแล้วก็นอนไปชั่วโมงนึง
เมื่อเพื่อนๆ ที่ทำงานทราบเข้าก็ตกอกตกใจเป็นอย่างมาก และถามถึงสภาพเรา
แต่ตอนเช้ามันแย่มากจริงๆ ล่ะ ตาแดงมากเพราะว่าอดนอน
แถมอารมณ์แบบคนความดันต่ำเวลาต้องตื่นเช้า อะไรอย่างนั้น
แต่พอสายๆ ก็กลับมาโอเคนะ ตอนบ่ายก็ไม่ง่วงด้วย
จะบอกว่างานเยอะหรือว่าร่างกายเริ่มชินก็ไม่รู้
แต่คิดไปคิดมา เมื่อคืนที่แทบจะไม่ได้นอนก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้นอนจริงๆ รึเปล่า
ร่างกายมันเหมือนยังไหว แต่ก็คิดว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว ตอนเช้ามันทรมานมากๆ
/นู๋จะไม่ลืมมือถืออีกแล้วง่า~~~~
edit @ 27 Nov 2009 21:49:42 by Pachika~.